วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชน

สวัสดิการผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ผู้มีสิทธิ ได้แก่ ผู้อำนวยการ และครู ซึ่งส่งเงินสะสมตามมาตรา 73 (1) ติดต่อกันครบสองเดือน หรือหกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ส่งเงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ 4 ประเภท ดังนี้

          1. ค่ารักษาพยาบาล
          2. ค่าการศึกษาบุตร
          3. ค่าช่วยเหลือบุตร
          4. เงินทดแทน
          สำหรับบุคลากรทางการศึกษาจะเริ่มส่งเงินสะสมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นไป เมื่อส่งเงินสะสมติดต่อกันครบสองเดือนไปแล้ว จะมีสิทธิในการเบิกเงินสวัสดิการ ค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษาบุตร ค่าช่วยเหลือบุตร เงินทดแทน จะได้รับเมื่อระเบียบในเรื่องดังกล่าวมีผลใช้บังคับ และเมื่อออกจากงานก็มีสิทธิจะได้รับเงินทุนเลี้ยงชีพไปยังชีพ

1.ค่ารักษาพยาบาล
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
          ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชน ในกรณีเจ็บป่วยและคลอดบุตร พ.ศ. 2549
ผู้มีสิทธิ ได้แก่
          1. ผู้อำนวยการ
          2. ครู
การเบิกค่ารักษาพยาบาล
          เมื่อผู้อำนวยการและครู เจ็บป่วยและคลอดบุตร
วงเงินที่มีสิทธิเบิก
          เบิกได้ปีละ 100,000 บาท โดยการนับระยะเวลาหนึ่งปีปฏิทิน
สิทธิที่จะได้รับ
          1. ค่าห้องและค่าอาหาร เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินวันละ 600 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 13 วัน
          2. ค่ารักษาพยาบาลเบิกได้ตามประเภทต่างๆ ดังนี้
             2.1 ค่ายา ค่าเลือด และอื่นๆ ที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค
             2.2 ค่าบริหารทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค
             2.3 ค่าอวัยวะเทียม อุปกรณ์ ค่าซ่อมแซมเบิกได้ตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

การเบิกค่ารักษาพยาบาล มี 2 วิธี คือ
          1. นำใบเสร็จรับเงินมาเบิก
             1.1 คนไข้นอกสถานพยาบาลของรัฐ
             1.2 คนไข้ในสถานพยาบาลของรัฐ กรณียื่นขอหนังสือรับรองสิทธิ (ต้นสังกัด) ไม่ทัน
             1.3 สถานพยาบาลเอกชน เมื่อประสบอุบัติเหตุอุบัติภัยหรือมีความจำเป็นรีบด่วน ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะเป็นอันตรายต่อชีวิต
          2. ออกหนังสือรับรองการมีสิทธิ (ต้นสังกัด) เมื่อผู้มีสิทธิป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของรัฐ
หมายเหตุ การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล กรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของทางราชการให้เบิกจ่ายตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องอัตราค่าบริการสาธารณสุขเพื่อใช้สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของทางราชการ ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2549 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2549 เป็นต้นไป ซึ่งท่านสามารถ Download ได้จากเว็บไซต์ www.cgd.go.th
ระยะเวลาการยื่น
          ภายใน 1 ปี นับถัดจากวันที่ปรากฏในใบเสร็จรับเงิน
การออกหนังรับรองสิทธิ
          ส่วนภูมิภาค
          ผู้อำนวยการและครู ยื่นคำขอพร้อมเอกสารประกอบที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่
          ส่วนกลาง
          ผู้อำนวยการและครู ยื่นเรื่องที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ อาคารสมานฉันท์ ชัน 1
การตัดจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาล
          1. กรณีนำใบเสร็จรับเงินมาขอเบิก การตัดจ่ายให้ถือเป็นรายจ่ายในปีที่ขอเบิก
          2. กรณีออกหนังสือรับรองการมีสิทธิ การตัดจ่ายให้ถือเป็นรายจ่ายในปีที่ออกหนังสือรับรองการมีสิทธิ

2. ค่าการศึกษาบุตร
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
          ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2544
สิทธิที่จะได้รับ
          1. บุตรให้แก่บุตร 3 คน คนที่ 1-3 ตามลำดับการเกิดมีอายุ 3 ปีบริบูรณ์ (16 พ.ค. ของทุกปี) ถึง 25 ปีบริบูรณ์ (1 พ.ค. ของทุกปี)
          2. เมื่อบุตรเข้าศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรี เบิกได้ตามประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ว248 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2551
          3. เมื่อบุตรเข้าศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน
             3.1 ระดับก่อนประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
             3.2 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า จนถึงระดับอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรแยกต่างหากจากหลักสูตรปริญญาตรี
เบิกได้ตามประเภทและอัตราเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในสถานศึกษาของเอกชน ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ว184 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2

3. ค่าช่วยเหลือบุตร
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
          ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการสงเคราะห์อื่นเพื่อสวัสดิการครูโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2544
ผู้มีสิทธิ ได้แก่
          ผู้อำนวยการและครูที่บรรจุก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544

สิทธิที่จะได้รับ
          1. บุตร จำนวน 3 คน คนที่ 1-3 ตามลำดับการเกิดตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปีบริบูรณ์ และเกิดก่อนวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2544
          2. เบิกได้เดือนละ 50 บาท ต่อบุตร 1 คน
การเบิกจ่ายเงิน
          ให้เบิกจ่ายปีละ 1 ครั้ง โดยให้เบิกจ่ายย้อนหลังตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง กันยายนปีที่แล้วมา
ระยะเวลาการยื่นเบิก
          ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไป

 
4. เงินทดแทน
ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
          ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการสงเคราะห์ครูใหญ่และครูโรงเรียนเอกชนเป็นเงินทดแทน พ.ศ. 2540 และ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
          1. ผู้อำนวยการ
          2. ครู
          3. ทายาท (คู่สมรส, บุตร, บิดา, มารดา)
วิธีการขอรับเงินทดแทน
          ผู้อำนวยการ หรือครู หรือทายาทยื่นแบบแจ้งการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย พร้อมเอกสารประกอบผ่านผู้รับใบอนุญาต ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาต/ผู้ทำการแทนทราบ
          ส่วนภูมิภาค
          ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่
          ส่วนกลาง
          ยื่นที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ อาคารสมานฉันท์ ชั้น 1
หลักเกณฑ์การจ่ายเงินทดแทน
          กรณีที่ผู้อำนวยการ หรือครูประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตทายาทจะได้รับเงินทดแทน ดังนี้
          1. ค่าทำศพ จำนวน 3 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้าย แต่ต้องไม่น้อยกว่า 100 เท่า ของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน
          2. เงินทดแทน 60%ของอัตราค่าจ้างเดือนสุดท้ายเป็นระยะเวลา 8 ปี ไม่เกิน 9,000 บาท
วิธีการจ่ายเงินทดแทน
          1. จำนวนเงินไม่เกิน 100,000 บาท จ่ายงวดเดียวเป็นก้อน
          2. จำนวนเงินเกิน 100,000 บาท งวดแรกจ่าย 100,000 บาท+ค่าทำศพ ส่วนที่เกินจ่ายเป็นงวด ๆละ เท่าๆ กัน จำนวน 5 ปี ๆ ละงวด


5. เงินทุนเลี้ยงชีพ

ที่มาAidfunds.org
แสดงความคิดเห็น