วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทำความรู้จัก ระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพของญี่ปุ่น


หากพูดถึงคำว่าประกัน สำหรับบ้านเรา อาจดูเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับหลายคน และอาจจะเคยมีประสบการณ์แบบนี้กันมาบ้าง... อยู่ๆเพื่อนที่ไม่เคยติดต่อกันมานาน ไม่ได้สนิทอะไรกันมากโทรมาหาเหมือนจะคิดถึง หลังจากคุยกันพอเป็นมารยาทแล้ว ก็จะเริ่มชักจูงเข้าสู่จุดประสงค์เพื่อชวนให้ไปฟังสัมมนาอะไรสักอย่าง (เพื่อขายของ) หรือเริ่มพยายามขายอะไรสักอย่างให้กับเรา หนึ่งในสิ่งที่คนพยายามจะมาขายเรานั้นคือประกัน...

เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะคนเรามักเข้าใจผิด และไม่เห็นความสำคัญ หรืออาจไม่เข้าใจหลักประกันอย่างถ่องแท้ และ นำไปพูดปากต่อปากในเชิงลบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมีคุณประโยชน์ต่อตัวเราและคนรอบข้าง รวมทั้งมีผลดีต่อประเทศชาติอย่างมาก

สำหรับที่ญี่ปุ่นแล้ว ประกันไม่ได้ขายยากมากอย่างที่คิด เพราะประชาชนญี่ปุ่นทำประกันกันอย่างน้อยคิดเป็นจำนวนใกล้เคียง 100% ของประชากรทั้งประเทศ (คนนึงทำมากกว่าหนึ่งประกัน...) เมื่อดูจำนวนประชากรของญี่ปุ่นแล้วคิดเป็นจำนวนเพียง 2% ของทั้งโลก พื้นที่เกาะญี่ปุ่นก็คิดเป็นแค่ 0.2% ของทั้งโลก แต่เบี้ยประกันที่คนญี่ปุ่นจ่ายนั้น คิดเป็น 42% ของเบี้ยประกันรวมทั่วโลก (จ่ายเบี้ยประกันเป็นอันดับหนึ่งคือญี่ปุ่น, อันดับสองอเมริกา 21%, อันดับสามฝรั่งเศส 7%, อันดับสี่อังกฤษ 6%, อันดับห้าเยอรมัน 5%, อันดับหกแคนาดา 1% และอันดับ 7 ประเทศอื่นๆรวมกันคิดเป็น 18%)

เราไปทำความรู้จักระบบประกันสังคมและประกันสุขภาพ ในประเทศเขาว่าทำไมคนบ้านเขา รู้สึกดีต่อคำว่า "ประกัน"  

อ้างอิงข้อมูลจาก  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว

■ ระบบประกันสังคมคืออะไร
◉ ระบบที่ให้ความคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต ว่างงาน หรือ เกษียณอายุ โดยพนักงาน ผู้ว่าจ้าง และรัฐบาลแบ่งภาระในการชำระเบี้ยประกัน

■ แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะสามารถเข้าสู่ระบบประกันสังคมใดบ้าง
◉ พนักงาน หรือคนงานบริษัท จะสามารถได้รับการคุ้มครองจากระบบประกัน   สุขภาพพนักงาน  และประกันเงินบำนาญสวัสดิการสำหรับพนักงาน นอกจากนี้ยังมีประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุคนงาน ซึ่งครอบคลุมอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่าง การทำงาน และประกันอาชีพซึ่งคุ้มครองกรณีว่างงาน
◉ พนักงานอิสระ พนักงานที่เกี่ยวกับการเกษตรกรรม และบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้ถูก คุ้มครองโดยระบบประกันในข้างต้น จะสามารถขอรับความคุ้มครอง จากประกัน สุขภาพแห่งชาติ  และประกันเงินบำนาญแห่งชาติได้

■ ระบบประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงานบริษัทคืออะไร
◉ ระบบที่ให้ผลประโยชน์ในการบำบัดรักษาทางการแพทย์ และค่าคุ้มครองอื่นๆ แก่พนักงานหรือคนงาน และสมาชิกครอบครัวในกรณีที่ป่วย หรือได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการทำงาน หรือการให้กำเนิดบุตร
♦ ทำอย่างไรจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้
❖ ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้าง มีหน้าที่รับผิดชอบทำประกันให้แก่พนักงาน หรือ คนงานโดยนายจ้างจะต้องทำประกันให้กับพนักงานทุกคน ยกเว้น พนักงานชั่วคราว หรือพนักงานรายวัน สำหรับกรณีของกิจการส่วนตัวที่มี พนักงานน้อยกว่า 5 คน ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้างสามารถเข้าระบบประกันนี้    ได้ถ้าขอสมัครโดยมีเสียงของพนักงานที่เห็นด้วยเกินครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งการได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
♦ ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน
❖อัตราเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ทำประกันแต่ละคน และภาระใน การจ่ายเบี้ยประกันจะถูกแบ่งในจำนวนเท่าๆ กันระหว่างผู้ว่าจ้างและ พนักงาน
♦ ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง
❖ ในกรณีที่เจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ ให้แสดงบัตรประกันสุขภาพแก่ทาง โรงพยาบาล โดยผู้มีประกันจะชำระ 30% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด (เงื่อนไขนี้รวมถึงสมาชิกของครอบครัวที่มีรายชื่อปรากฎอยู่บนใบประกันนั้นๆ)
❖ สำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ของกิจการนั้นๆ จะเป็นผู้จัดการด้าน ธุรกิจ เกี่ยวกับการจ่ายค่าประกัน ยกเว้นในส่วนที่รับผิดชอบโดยสมาคม ประกันสุขภาพ

■ ระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการคืออะไร
◉ เป็นระบบที่ให้การคุ้มครองแก่พนักงานหรือคนงาน สำหรับการยังชีพ ในช่วงบั้นปลายของชีวิต นอกจากนี้ยังรวมถึงความคุ้มครองสำหรับการยังชีพของพนักงานหรือคนงานที่ไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจาก การได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย หรือสำหรับการยังชีพของคนในครอบครัวของ พนักงานหรือคนงานที่เสียชีวิต โดยมีขั้นตอนการสมัคร และการชำระเบี้ยประกัน    รายละเอียดเหมือนระบบ ประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงาน
♦ พนักงานหรือคนงานชาวต่างชาติที่เข้าร่วมระบบประกันนี้แล้ว หากเดินทางกลับประเทศจะต้องทำอย่างไร
❖ ชาวต่างชาติใน 4 กลุ่มต่อไปนี้จะสามารถแจ้งขอรับเงินคืนได้ (โดยต้องแจ้ง ภายใน 2 ปี นับจากวันที่เดินทางออกจากญี่ปุ่น)
① ชาวต่างชาติที่ไม่ใช่พลเมืองญี่ปุ่น
② ชาวต่างชาติที่เป็นสมาชิกของระบบประกันเงินบำนาญสวัสดิการมาก กว่า 6 เดือน
③ ชาวต่างชาติที่ไม่มีที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น
④ ชาวต่างชาติที่ไม่เคยได้รับบำนาญในประเทศญี่ปุ่น
♦ขั้นตอนการขอรับเงินคืน ต้องทำอย่างไร และจะได้รับคืนในอัตราเท่าใด
❖ ขอแบบฟอร์มขอรับเงินคืนได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศหรือที่ว่าการประจำเมือง หรือเขต/อำเภอ โดยกรอกข้อความและส่งไปยังที่อยู่ตามที่เขียนไว้ด้านหลังของแบบฟอร์ม
❖ สำหรับบุคคลที่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญสามารถคำนวณเงินชำระคืนได้ดังนี้:   เงินที่จะได้รับจากการขอคืนประกันบำนาญจำนวนจะอยู่ในระหว่าง 0.4   ถึง 2.4 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ทั้งนี้ขึ้นกับระยะเวลาที่ทำประกัน   ของผู้สมัคร

■ ระบบประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุของพนักงานหรือคนงานคืออะไร
◉ ตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานพนักงานมีสิทธิได้รับค่าชดเชยการบำบัดรักษาทางการแพทย์ หรือขาดงานเนื่องจากการป่วยหรือบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจาก การทำงาน นอกจากนี้  กฎหมายดังกล่าวได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อช่วยพนักงานใน  กรณีที่ี่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจนผู้ว่าจ้างไม่สามารถจ่ายค่าชดเชยเต็มจำนวนแก่คนงานที่ได้รับอุบัติเหตุ
♦ ทำอย่างไรจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้
❖ ตามข้อกฎหมายแล้ว นายจ้างทุกรายที่มีพนักงานมากกว่า 1 คน รวมทั้ง พนักงานนอกเวลา และพนักงานทำงานพิเศษจะต้องจัดทำประกันค่าชดเชยอุบัติเหตุให้กับพนักงานทุกคน หากนายจ้างปฏิเสธการทำประกันให้      สามารถเรียกร้องเพื่อรับสิทธินี้ได้
♦ ใครเป็นผู้รับผิดชอบการจ่ายค่าเบี้ยประกัน
❖ ผู้ว่าจ้างหรือนายจ้าง จะต้องรับผิดชอบชำระเบี้ยประกันที่เกี่ยวข้องเต็ม จำนวน
♦ ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง
❖ พนักงานหรือคนงานมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยได้หลายรายการหากได้รับ บาดเจ็บหรือป่วยระหว่างเวลาทำงาน หรือได้รับอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่ทำงาน (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงาน ตรวจสอบมาตรฐานแรงงานที่อยู่ใกล้เคียง)

■ ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติคืออะไร
◉ คือระบบประกันที่สร้างขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองในยามป่วยหรือได้รับบาดเจ็บสำหรับประชาชนบุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ไม่สามารถเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพพนักงานหรือคนงานข้างต้นได้
♦ ทำอย่างไร คนต่างชาติจึงจะได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันนี้
❖ จะต้องยื่นขอทำรวมเป็นหลังคาเรือนที่แผนกประกันของที่ว่าการประจำ เมือง หรือเขต/อำเภอ โดยใบประกันจะถูกออกให้ 1 ใบต่อ 1 หลังคาเรือน เท่านั้น และมีเงื่อนไขในการสมัครดังนี้
1. ลงทะเบียนชาวต่างชาติเรียบร้อยแล้ว
2. อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเกินกว่า 1 ปี  ถ้าพำนักอยู่ในที่อยู่อาศัยปัจจุบันน้อยกว่า 1 ปี  ต้องได้รับการรับรองว่าอยู่อาศัยในญี่ปุ่นเกินกว่า 1 ปี
♦ ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการจ่ายค่าเบี้ยประกัน
❖ จำนวนค่าเบี้ยประกันจะถูกกำหนดจากปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น อัตรา ของเมืองหรือเขต/อำเภอที่อาศัยอยู่ จำนวนสมาชิกในครอบครัว และ รายได้ของครอบครัวของปีที่ผ่านมา สำหรับในกรณีที่อาศัยอยู่คนเดียว และไม่มีรายได้ ก็จะเสียค่าเบี้ยประกันประมาณ 10,000-20,000 เยน ต่อปี (สำหรับนักศึกษาอาจจะสามารถขอรับส่วนลดได้จำนวนหนึ่ง) ซึ่งการ      จ่ายเงินค่าเบี้ยประกันสามารถทำได้โดยจ่ายที่ที่ว่าการประจำเมืองหรือ  เขต/อำเภอหรือจ่ายโดยหักผ่านบัญชีธนาคารก็ได้
♦ ผู้มีประกันจะได้รับความคุ้มครองอย่างไรบ้าง
❖ เมื่อเป็นสมาชิกของระบบประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว ผู้มีประกันจะจ่าย เพียง 30% ของค่ารักษาพยาบาล (แต่มีบางกรณีที่ไม่สามารถใช้ประกัน สุขภาพได้ ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเอง)

■ ระบบประกันเงินบำนาญแห่งชาติคืออะไร
◉ เป็นระบบประกันเงินบำนาญสำหรับพนักงานหรือคนงานที่ไม่มีสิทธิทำประกันเงินบำนาญ สวัสดิการพนักงานข้างต้นได้ ซึ่งระบบนี้จะมีลักษณะเช่นเดียวกับ ระบบประกันเงินบำนาญพนักงาน หรือคนงาน แต่การได้รับเงินคืนจะแตกต่าง ไปคือ จำนวนเงินที่ได้รับคืนบางส่วนของระบบนี้  จะขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่ได้ชำระเบี้ยประกันเงินบำนาญแห่งชาติ

■ ไม่มีวีซ่า ไม่มีประกันสุขภาพ สามารถฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลได้หรือไม่
◉ โอกาสที่จะถูกปฏิเสธนั้นมีสูง แต่ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลหรือคลินิกแต่ละแห่ง จะพิจารณา

■ ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตรประมาณเท่าใด
◉ โดยทั่วไปประมาณ 300,000-400,000 เยน ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลหรือ คลินิก

■ การทำประกัน
◉ ผู้ที่อยู่ในญี่ปุ่นอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โอกาสที่จะไม่สามารถทำประกันได้ มีค่อนข้างสูง ส่วนใหญ่ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนคนต่างชาติมากกว่า 1 ปี และไม่มีวีซ่า จะไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ สำหรับรายละเอียดให้สอบถามที่ว่าการ   เขต/อำเภอที่ท่านพำนักอยู่
◉ มีบริษัทประกันของเอกชนที่รับบริการประกันสุขภาพ ควบคู่ไปกับการประกัน ชีวิต ซึ่งจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกับผู้ที่ไม่มีวีซ่า และมีค่าใช่จ่ายและเบี้ยประกันที่สูง
กว่าการทำประกันของรัฐบาล
♦ ผู้ยื่นขอทำประกันกับบริษัทเอกชนต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
2. จดทะเบียนคนต่างชาติที่สำนักงานทะเบียนเขตหรืออำเภอที่ตนพำนักอยู่
3. ผู้ที่ประสงค์พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่นตลอดชีวิต
4. สามารถอ่านและเข้าใจ สัญญาประกันที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ได้
5. ต้องไม่ถือวีซ่านักเรียนนักศึกษาและผู้ฝึกงาน

■ ได้รับบาดเจ็บระหว่างการทำงาน ต้องการได้ค่าชดเชย ควรทำอย่างไร  
◉ แจ้งให้นายจ้างทราบ เนื่องจากนายจ้างมีความรับผิดชอบในการทำประกันให้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถขอคำปรึกษาจากสำนักงานแรงงานไทยในญี่ปุ่น  ☎ 03- 5423-6656 เวลาทำการ 09.00-12.00 น. และ 13.30-17.00 น.
◉ สำหรับกรณีไม่มีวีซ่า ไม่มีประกัน ควรปรึกษาขอความเห็นใจจากนายจ้างเพื่อ   ดูแลรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลและหลังจากนั้น ควรเรียกร้องสิทธิให้นายจ้าง จัดทำประกันสุขภาพให้
◉ เงินชดเชยที่ลูกจ้างได้รับการคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุจากการทำงานมี 3 ส่วน คือ
1. เงินค่ารักษาพยาบาล
2. เงินชดเชยขณะหยุดงานเพื่อพักรักษาตัว จะได้รับในอัตราประมาณ 80 % ของค่าจ้างเฉลี่ย นับตั้งแต่วันที่ 4 ที่หยุดงานไปรักษาตัว
3. เงินทดแทนกรณีที่สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ เช่น นิ้วขาด หรือขาขาด เป็นต้น

■ สามีทำงานอยู่ในญี่ปุ่น ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตโดยเกิดอุบัติเหตุระหว่างการ ทำงาน ภรรยาจะได้รับเงินทดแทนอะไรบ้างหรือไม่  
◉ กรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงาน นายจ้างจะต้องจ่ายเงินทดแทน ให้แก่ทายาทเป็นจำนวนเงินเท่ากับอัตราค่าจ้างเฉลี่ยจำนวน 1,000 วัน และต้อง จ่ายค่าทำศพให้ผู้จัดการศพเท่ากับอัตราค่าจ้างเฉลี่ยจำนวน 60 วัน ยกเว้นว่าได้มีการจ่ายเงินทดแทนตามกฎหมายมาตรฐานแรงงานหรือกฎหมายอื่นแล้ว โดยมีการเรียงลำดับทายาทดังนี้
♦ คู่สมรสที่อยู่กินฉันสามี/ภรรยา ถ้ามิได้จดทะเบียนสมรส ต้องพิสูจน์ได้ว่า อยู่กินด้วยกันจริง (กรณีของสามีต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป)
♦ บิดามารดา (ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป)
♦ บุตรที่มีอายุไม่ครบ 18 ปี
♦ ปู่ย่าตายายที่มีอายุเกิน 60 ปี
♦ พี่น้องที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี หรือมากกว่า 60 ปี


ขั้นตอนหลังจากเดินทางเข้าญี่ปุ่นแล้ว
ทำประกันสุขภาพแห่งชาติกันเถอะ
■ปัญหาหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่กังวลใจที่สุดระหว่างที่ใช้ชีวิตเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศคือ「จะทำเช่นไรหากเกิดการเจ็บป่วย?」 หากไม่ทำประกันสุขภาพแล้วจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเป็นมูลค่าที่สูงกว่าปกติหากเกิดการเจ็บป่วย การทำประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นเงื่อนไขจำเป็นซึ่งขาดไม่ได้สำหรับการใช้ชีวิตนักเรียนที่ญี่ปุ่น การทำประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นสิทธิที่ชาวต่างชาติจะได้รับในขณะเดียวกันก็ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำด้วยเช่นกัน

■การทำประกันสุขภาพแห่งชาติโดยทำประกันสุขภาพแห่งชาติตั้งแต่ตอนที่มาถึงญี่ปุ่นเป็นกฎว่าจะต้องเริ่มครอบคลุมตั้งแต่วันที่มาถึงญี่ปุ่น ดังนั้นหากยื่นเรื่องทำประกันล่าช้าอาจจะถูกเรียกเก็ค่าประกันย้อนหลังด้วย
ค่ารักษาพยาบาลที่ประกันสุขภาพแห่งชาติครอบคลุมถึง
"■เมื่อผู้ทำประกันสุขภาพแห่งชาติไปโรงพยาบาลหรือคลีนิคด้วยอาการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ ตามหลักการแล้วจะต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล 30% ของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดอีก 70% เป็นส่วนที่ประกันจ่ายให้ (แต่มีกรณีที่ไม่สามารถใช้ประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ต้องจ่ายเงินเองทั้งหมดด้วย เช่น「ค่าห้องพิเศษ」เมื่อเข้าพักรักษาตัวในห้องพิเศษของโรงพยาบาล เป็นต้น กรณีใช้ยารักษาโรคเฉพาะที่มีราคาสูงซึ่งทางประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมถึง,การรักษาพยาบาลพิเศษที่เกี่ยวกับฟันเช่นการทำฟันปลอม เป็นต้น ส่วนค่าทำคลอด・การทำแท้งผู้ทำประกันก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด) ■การจ่ายคืนค่ารักษาพยาบาล(จ่ายค่าบำบัดรักษา)
กรณีต่อไปนี้จะมีการจ่ายเงินคืน 70% ของเบี้ยประกันหากมีการยื่นคำร้องหลังจากที่จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวนไป และได้รับอนุมัติหลังการตรวจสอบแล้ว

(1)เมื่อประสบอุบัติเหตุแล้วเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งไม่ได้ทำประกันสุขภาพแห่งชาติไว้ หรือเมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลด้วยโรคที่เป็นขึ้นมากระทันหันหรืออาการเจ็บปวย・บาดเจ็บระหว่างการเดินทางโดยที่ไม่ได้นำบัตรประกันสุขภาพไปด้วย
(2)ค่าพยาบาลพิเศษซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องมีเนื่องจากอาการป่วยหนัก
(3) เมื่อเข้ารับการรักษาพยาบาลเช่นการนวด・ฝังเข็ม・การรักษาแผนโบราณแบบจีนโดยใช้ความร้อนรักษา・การบีบนวดเป็นต้นตามคำสั่งแพทย์,เข้ารับการรักษาพยาบาลที่สถานศัลยกรรมกระดูกเนื่องจากกระดูกหักหรือข้อเคล็ด
(4) ค่าใช้จ่ายในการทำ Corset・เฝือก เป็นต้น
(5) ค่าโลหิตเพื่อการให้เลือดซึ่งไม่สามารถรับการจ่ายแบบเป็นการรักษาทางการแพทย์ได้
(6) ค่า Transfer จากการเข้าโรงพยาบาล・ย้ายสถานพยาบาลเป็นต้นของผู้ป่วยหนัก ■การจ่ายค่ารักษาพยาบาลมูลค่าสูง

กรณีที่มูลค่าของการรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลที่บุคคลหนึ่งจะจ่ายให้โรงพยาบาลเดียวกันเกินมูลค่าที่กำหนดไว้นั้น เมื่อมีการยื่นคำร้องก็มีระบบที่จะทำการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลมูลค่าสูงคืนให้เฉพาะส่วนที่เกินมา แต่ค่ารักษาพยาบาลเมื่อไปโรงพยาบาลตามระยะที่แพทย์สั่ง,ค่าห้องพิเศษจะไม่เข้าข่ายนี้ สำหรับการยื่นคำร้องขอให้สอบถามแผนกประกันสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานเทศบาลของตำบล・เมือง

■เมื่อคลอดบุตร・เสียชีวิต

เมื่อผู้ทำประกันสุขภาพมีการคลอดบุตรจะได้รับการจ่ายค่าคลอดและดูแลบุตรเป็นเงินก้อนมูลค่า 420,000 เยน หากอายุครรภ์ตั้งแต่ 4 เดือน(85 วัน)ขึ้นไปแม้จะมีการแท้ง・คลอดเด็กที่ตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก็จะได้รับเงินเท่ากันตามที่แพทย์รับรอง เมื่อผู้ทำประกันเสียชีวิต จะมีจ่ายเงินค่าช่วยเหลืองานศพให้กับผู้จัดงาน5~7 หมื่นเยน"
การสมัครประกันสุขภาพแห่งชาติ
■ยื่นขอทำประกันที่แผนกประกันสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานเทศบาลตำบล・เมืองที่อาศัยอยู่ เอกสารจำเป็นคือบัตร Resident Card,Passport

■กรณีที่มีครอบครัวซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกันทางครอบครัวจะต้องทำประกันด้วย ขอให้ตรวจสอบให้ดีว่ามีการเขียนชื่อของคนในครอบครัวในบัตรประกันสุขภาพครบหรือไม่
เมื่อมีการเปลี่ยนที่อยู่?
หากมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เมื่อยื่นคำร้องแล้วทางสำนักงานเทศบาลของที่อยู่ใหม่จะเป็นผู้ออกบัตรประกันสุขภาพให้
ขอให้ยื่นบัตรประกันสุขภาพเดิมให้กับผู้รับผิดชอบของสำนักงานเขตที่อยู่ใหม่เพื่อขอรับบัตรใหม่ด้วย หากไม่ดำเนินการขั้นตอนนี้จะไม่สามารถใช้สิทธิของประกันสุขภาพแห่งชาติได้


การศึกษาต่อในญี่ปุ่น

การประกันสุขภาพแห่งชาติ ( National Health Insurance 国民健康保険  )

เนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในญี่ปุ่นสูงมาก เช่นการไปพบแพทย์เพื่อรักษาไข้หวัด จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 เยน ถ้าต้องนอนโรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์เพื่อรักษาโรคเช่น ไส้ติ่งอักเสบ จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 – 400,000 เยน และค่ารักษาฟันผุหนึ่งซี่ก็ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล มากกว่า 10,000 เยน ซึ่งเป็นภาระทางการเงินที่หนักมากสำหรับคนไข้ เพื่อแบ่งเบาภาระนี้ ผู้อยู่อาศัยทุกคนจึงต้องเข้าระบบการประกันสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้กฎหมายญี่ปุ่น โดยจะต้องจ่ายเงินค่าประกันทุก ๆ เดือน

insuranceบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ

นักศึกษาต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่น  จะต้องเข้าร่วมในระบบการประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ เมื่อเป็นสมาชิกในระบบประกันสุขภาพแล้ว จะเสียค่ารักษาพยาบาลเพียงแค่ 20 – 30 % ของค่ารักษาพยาบาล โดยการแสดงบัตรประกันสุขภาพที่โต๊ะประชาสัมพันธ์เมื่อเข้ารับการรักษา แต่ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลที่เป็นกรณีพิเศษบางอย่าง คุณจะต้องเป็นผู้ชำระเองทั้งหมด เช่น ค่าเช่าเตียงที่เพิ่มขึ้นมาจากการเช่าห้องเดี่ยวในโรงพยาบาล ค่ายาในกรณีที่ใช้ยาชนิดพิเศษในการรักษา ค่ารักษาฟันประเภทพิเศษ ค่าทำศัลยกรรมตกแต่ง ค่าทำคลอดบุตร เป็นต้น



ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมในระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ

การสมัครเข้าร่วมในระบบนี้ สามารถทำได้ที่แผนกประกันสุขภาพ ณ ที่ว่าการเขตที่ตนอาศัยอยู่ และต้องนำบัตรประจำตัวคนต่างชาติไปด้วย
นักเรียนที่เพิ่งเดินทางมาถึงญี่ปุ่น  ในกรณีผู้ที่มีบัตรไซริวการ์ดที่สนามบินแล้ว  สามารถสมัครได้ในวันที่ไปรายงานตัวแจ้งที่อยู่กับทางเขต  หลังจากนั้นก็ไปยื่นเอกสารเพื่อขอทำประกันสุขภาพที่แผนกประกันสุขภาพ  สำหรับนักเรียนที่ยังไม่ได้รับบัตรไซริวการ์ดที่สนามบิน  ก็สามารถทำบัตรไซริวการ์ดที่เขตก่อน  แล้วจึงแจ้งทำประกันสุขภาพหลังจากนั้นได้ในวันเดียวกัน
ขั้นตอนการสมัครและการจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันนั้น จะแตกต่างกันไปตามแต่ละเขต ค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับรายได้ของปีที่ผ่านมา นักศึกษาต่างชาติที่ยังไม่มีรายได้ในขณะพำนักในประเทศญี่ปุ่น จะได้รับการลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันจะตกประมาณ 1,200 เยนต่อเดือน สำหรับในปีต่อ ๆ ไป เมื่อนักศึกษาทำงานพิเศษและมีรายได้แล้ว ค่าเบี้ยประกันก็จะเพิ่มมากขึ้นตามรายได้ที่นักศึกษาได้รับ
เมื่อเป็นสมาชิกในระบบการประกันสุขภาพของรัฐบาลนี้แล้ว จะได้รับบัตรประกันสุขภาพ ซึ่งจะต้องนำติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เมื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาล
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ก็ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงที่อยู่นี้ เพื่อทำบัตรใหม่ในเขตที่อยู่ใหม่ด้วยเช่นกัน มิฉะนั้น จะไม่มีผลบังคับใช้แต่อย่างใด

ระบบการคืนเงินค่ารักษาพยาบาลของ JASSO

ระบบการคืนเงินค่ารักษาพยาบาลขององค์กรสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JASSO ) นี้ เป็นระบบที่ให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาต่างชาติที่มีสถานภาพ “นักศึกษาวิทยาลัย” โดยนักศึกษาที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกของระบบนี้ จะได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลส่วนหนึ่งคืน ซึ่งจำนวนเงินที่คืนนี้สูงถึง 80% ของค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลหรือคลีนิค ( การคืนเงินนี้จะไม่รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ครอบคลุมในระบบประกันสุขภาพของรัฐบาล ) สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกของทั้งสองระบบ จะจ่ายเงินเพียง 4-6% ของค่ารักษาพยาบาล

ค่ารักษาพยาบาลที่ครอบคลุมโดยการประกันสุขภาพ ทั้งหมด100 %
ครอบคลุมโดยระบบประกันสุขภาพของรัฐบาล
70-80%
ส่วนที่เหลืออีก
20 – 30%
ครอบคลุมโดย
ระบบการคืนเงิน
ค่ารักษาพยาบาล
ของ Jasso
80 %
จำนวนเงินที่
นักศึกษา
ต้องจ่ายเอง
4-6%


นักศึกษาสามารถสมัครเข้าระบบการคืนเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับนักศึกษาต่างชาตินี้ ได้ที่แผนกนักศึกษาต่างชาติของวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ตนเรียนอยู่ อย่างไรก็ตาม เมื่อนักศึกษาเข้ารับการรักษาพยาบาล นักศึกษาจะต้องจ่ายเงินส่วนที่เหลือจากระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลไปก่อน หลังจากนั้นจึงนำใบเสร็จรับเงินของทางสถานพยาบาล มายื่นเรื่องที่แผนกนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย เพื่อขอรับเงินค่ารักษาพยาบาลคืนภายหลัง


แสดงความคิดเห็น